ผู้วิจัยนางพัชรินทร์ พิมพะจันทร์
โรงเรียนโรงเรียนเทศบาล 1กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ปี พ.ศ. 2563
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนเทศบาล 1กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรทางการศึกษา ด้านการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning2) เพื่อพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนเทศบาล 1กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 4) เพื่อหาประสิทธิผลการพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยระยะที่ 1 คือ ครูผู้สอน และบุคลากรในโรงเรียน รวมทั้งสิ้นจำนวน 52 คน ระยะที่ 2 ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง จำนวน 5 คน ระยะที่ 3 ประกอบด้วย ครูผู้สอน ตัวแทนนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแทนผู้ปกครองของนักเรียน (ผู้ปกครองเครือข่าย) รวมทั้งสิ้น 84 คน ระยะที่ 4 บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ จำนวน 122 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้การสอบถาม การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์เอกสาร การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติการบรรยาย ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ สถิติอนุมาน ได้แก่ การทดสอบด้วยค่าที ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา(Content Analysis)
ผลการวิจัย พบว่า
ตอนที่ 1 สภาพชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปได้ว่า หลักการเบื้องต้นของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย 3 มิติ คือ มิติคุณลักษณะหรือเกณฑ์ที่ประเมิน มิติลักษณะหรือขั้นตอนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และมิติขั้นตอนการประเมินแบบเสริมพลัง โดยยึดหลักการสร้างความตระหนัก การมีส่วนร่วม และการตรวจสอบเพื่อพัฒนาคุณภาพ ผลการศึกษาสภาพชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่า สภาพชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ดำเนินการต่อเนื่องของโรงเรียนเทศบาล 1กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ มีมีการสนทนาเพื่อสะท้อนผล สูงที่สุด และมีการระบุรายละเอียดที่จะประเมินและมิติการประเมินที่ครอบคลุมต่ำที่สุด สภาพชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ดำเนินการไม่ต่อเนื่องของโรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ มีการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ไม่ต่อเนื่องมีการจัดเก็บผลการประเมินชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learningเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ผลการศึกษาความต้องการในการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่า บุคลากรมีความต้องการพัฒนาตนเองในการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
ตอนที่ 2. การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
แนวคิดการประเมินที่เอื้อต่อการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เน้นให้ผู้เกี่ยวข้องในองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมเรียนรู้การประเมิน ประเมินตนเอง สะท้อนผลแก่ตนเอง จนในที่สุดสามารถตัดสินใจหรือกำหนดตนเองได้ มีขั้นตอน ดังนี้ 1) การรวบรวมข้อมูล (taking stock) ประกอบด้วย การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล 2) การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการบรรลุผล (setting goals) ประกอบด้วย การจำแนกคัดกรองนักเรียน 3) การพัฒนากลยุทธ์เพื่อปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย (developing strategies) ประกอบด้วย การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน และการป้องกัน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหานักเรียน 4) การจัดหาหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน (documenting progress) ประกอบด้วย การป้องกัน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหานักเรียนการส่งต่อ บริบทของการประเมินแบบเสริมพลังจึงมีลักษณะของการพัฒนาบุคลากรในหลายลักษณะ (facets of empowerment evaluation) ดังนี้ 1) การฝึกอบรม (training) 2) การอำนวยความสะดวก (facilitation) 3) การได้รับการสนับสนุน (advocacy) 4) การสร้างความกระจ่าง (illumination) 5) การมีเสรีภาพในการกำหนดอนาคตของตนเอง (liberation)
ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพด้านความเหมาะสมของโครงสร้างของรูปแบบ 5 องค์ประกอบหลักและองค์ประกอบย่อยมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด และความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีความสอดคล้องกัน เมื่อพิจารณาองค์ประกอบย่อย ด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความชัดเจน และความง่ายต่อการนำไปใช้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกันทุกประเด็น
ดาวน์โหลดไฟล์
|