ประวัติโรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์
เดิมโรงเรียนนี้ตั้งขึ้นที่วัดหอไตรปิฏการามโดยนายอำเภอหลุบ ตั้งขึ้นในนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนวัดหอไตรปิฏการาม” มี นายพูน กุลศรี เป็นครูใหญ่ พ.ศ. 2465 – 2469 ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อใหม่เรียกว่า “โรงเรียนประชาบาลตำบลเหนือ (วัดหอไตร)” เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2465
พ.ศ. 2469 – 2471 มี นายเรือง ไชยวรรณ เป็นครูใหญ่ ในขณะนั้น นายอำเภอหลุบพร้อมด้วยศึกษาธิการได้จัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษากสิกรรมขึ้นที่แก่งดอนกลาง โดยรับนักเรียนจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนที่อายุยังไม่พ้นเกณฑ์บังคับไปเรียนและได้ยุบโรงเรียนเดิมเป็นโรงเรียนสาขาวัดหอไตรและ
วัดสว่างคงคา รับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ส่วนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 , 5 , 6 ไปเรียนที่โรงเรียนประถมศึกษากสิกรรม
พ.ศ. 2471 ทางราชการได้แต่งตั้ง นายอำพันธ์ สัมพันธพงษ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งครูน้อย จังหวัดอุบลราชธานีมาเป็นครูใหญ่ และแต่งตั้ง นายดี พิมพะนิตย์ , นายแพง พรมโยธา เป็นครูน้อย และใช้สถานที่เป็นโรงเรียนอบรมครูประชาบาล คราวละ 6 เดือน
พ.ศ. 2476 ทางราชการได้ยุบโรงเรียนสตรีบูรพารามรวมกัน แต่ให้เป็นโรงเรียนสาขาวัดหอไตรและวัดสว่างคงคา ให้ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาล ตำบลเหนือ (ดอนกลาง)
ส่วนอาคารเรียนของโรงเรียนนี้ เมื่อ พ.ศ. 2482 ทางโรงเรียนได้รับโอนกิจการให้แก่องค์การเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และเรียกชื่อโรงเรียนประชาบาล ตำบลเหนือ (ดอนกลาง) ไปเป็นโรงเรียนประชาบาล ตำบลเหนือ 1 (หนองสาหร่ายวิทยาคาร) ส่วนโรงเรียนนี้เมื่อเทศบาลได้จัดการดูแลกิจการทุกอย่างแล้ว ก็ให้ชื่อโรงเรียนนี้เสียใหม่ว่า “โรงเรียนสว่างจิตวิทยา”
พ.ศ. 2482 – 2492 ทางเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ สมัยพระอรรถเปศลสรวดีเป็นนายกเทศมนตรี ได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการตามเดิมได้อนุมัติจัดสร้างอาคารเรียนขึ้น แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2484 และได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์” เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2487
ครูในโรงเรียนนี้ก็ปรับเป็นพนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์อยู่ระยะหนึ่ง มี นายเปรื่อง อุ่นบุญเรือง เป็นครูใหญ่ (ซึ่งขณะนั้นได้รื้อถอนปลูกอาคาร 3 แทน)
พ.ศ. 2491 เดือนตุลาคม ทางราชการได้แต่งตั้งนายเปรื่อง อุ่นบุญเรือง เป็นครูใหญ่ จากนั้นไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการประถมศึกษา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และได้แต่งตั้ง นายชื่น ไรแสง ดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2492 นายชื่น ไรแสง ได้จัดหาเงินทำรั้วไม้ถาวร โดยรับอุปการะจากนายอรุณ แสนสุธา บริจาคไม้เสาให้ คิดเป็นมูลค่า 1,150 บาท (หนึ่งพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
พ.ศ. 2499 ทางราชการได้จัดสรรเงินงบประมาณประเภทเงินซ่อมแซม จำนวน 10,000 บาท
(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) สร้างหอประชุมขึ้น 1 หลัง กว้าง 7 เมตร ยาว 21 เมตร หลังคามุงสังกะสี และเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2499 นายเลื่อน ไขแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เห็นว่าทางจังหวัดได้ใช้เป็นที่อบรมและฝึกหน่วยรักษาดินแดน จึงได้ส่งเสริมโดยการจัดสรรเงินมาช่วยอีก จำนวน 999 บาท (เก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) เพื่อซ่อมแซมเพิ่มเติมโดยเทคอนกรีต กั้นฝา ติดประตูหน้าต่างเต็มแบบ และใช้หอประชุมนี้เป็นศูนย์ฝึกอบรมหน่วยอาสารักษาดินแดน และได้เพิ่มเติมด้วยการสร้างส้วมให้อีก 5 ที่ มอบให้เป็นสิทธิ์โรงเรียนรวมเงินก่อสร้างทั้งหมด จำนวน 10,999 บาท (หนึ่งหมื่นเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) ดำเนินการเปิดหอประชุม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2500 (ขณะนี้รื้อถอนสร้างอาคาร 2 แทน)
การจัดกิจกรรมได้ขอตั้งกองลูกเสือ 1 กอง เรียกชื่อว่า กส.9 โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์
การจัดชั้นเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชั้นละ 3 ห้องเรียน รวมทั้งหมด 12 ห้องเรียน มีครูจำนวน 13 คน รวมทั้งครูใหญ่ จัดสอนตามนโยบายและหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2501 ได้รับเงินงบประมาณ 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ต่อเติมอาคารเรียนทางทิศตะวันตก ยาว 24 เมตร กว้าง 9 เมตร ชั้นเดียว รับเหมาประมูลต่อเติมในราคา 24,000 บาท (สองหมื่นสี่พันบาทถ้วน) นายชื่น ไรแสง และคณะครูได้จัดหางบประมาณเพิ่มเติมโดยจัดนักเรียนแสดงละครได้เงินสมทบ จำนวน 4,000 บาท (สี่พันบาทถ้วน) อาคารจึงสำเร็จตามแบบแปลน ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2506 ทางราชการได้โอนโรงเรียนประชาบาลในเขตเทศบาล 4 โรง คือโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ โรงเรียนวัดสว่าง
คงคา โรงเรียนวัดเหนือ และโรงเรียนวัดใต้โพธิ์ค้ำ จากกรมสามัญศึกษามาให้เทศบาล โดยโอนอัตราครูพร้อมทั้งเงินเดือนและภารโรง ให้ทางเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์มาตั้งจ่ายเอง และถือว่าครูที่สมัครโอนมาพ้นจากสภาพการเป็นครูของสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตามมติของคณะรัฐมนตรีและบรรจุเป็นพนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2506 และจ่ายเป็นบำเหน็จบำนาญเป็นการทดแทนตั้งแต่นั้นมา และนับเวลาราชการใหม่แต่มีสิทธิ์นับเวลาต่อเนื่องกันได้ในกรณีบางประการเป็นต้นว่า ขอเลื่อนขั้นให้สูงขึ้น กิจการของการศึกษาจึงรวมเป็นสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2506 โรงเรียนได้ขอตั้งอนุกาชาดโดยนายชื่น ไรแสง ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่ โรงเรียนเทศบาล 4 วัดใต้โพธิ์ค้ำ และทำหน้าที่หัวหน้าหมวดการศึกษาเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ควบคุม ดูแล การบริหารงานทั้ง 4 โรงเรียน และเทศบาลได้ย้ายนางสุขสม ประสารฉ่ำ ครูใหญ่โรงเรียนเทศบาล 4 วัดใต้โพธิ์ค้ำ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2506 และเรียกชื่อโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์”
มีผู้บริหารสถานศึกษาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จำนวน 15 คน ดังนี้
ลำดับที่ชื่อ – สกุลตำแหน่งปี พ.ศ.
๑.นายพูน กุลศรีครูใหญ่ ๒๔๖๕-๒๔๖๙
2.นายเรือง ไชยวรรณครูใหญ่ ๒๔๖๙-๒๔๗1
3.นายอำพันธุ์ สัมพันธพงษ์ครูใหญ่ ๒๔๗๑-๒๔๗๒
4.นายเปรื่อง อุ่นบุญเรื่องครูใหญ่ ๒๔๗๒-๒๔๙๒
5.นายชื่น ไรแสงครูใหญ่ ๒๔๙๒-๒๕0๖
6.นางสุขสม ประสานฉ่ำครูใหญ่ ๒๕0๖-๒๕๑๐
7.นายใครศรี ศิริกุลครูใหญ่ ๒๕๑๐-๒๕๑๔
8.นางสมนึก ธีรกุลอาจารย์ใหญ่ ๒๕๑๔-๒๕๒๘
9.นาง มยุรี ยงเจริญอาจารย์ใหญ่ ๒๕๒๘-๒๕๓๖
๑๐.นาง มยุรี ยงเจริญผู้อำนวยการ ๒๕๓๖-๒๕๔๗
๑๑.นายประโยชน์ มารไสวผู้อำนวยการ ๒๕๔๗-๒๕๕๘
๑๒.นางสายัณห์ จิตต์ธรรมผู้อำนวยการ ๒๕๕8-๒๕๕9
๑๓.นางสุมิตรา ภูผาลาผู้อำนวยการ ๒๕๕๙-๒๕๖๐
๑๔.นางวัชรี คำเดชรักษาราชการ ผอ.๒๕๖๐-2565
เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ได้รับคำสั่งเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ที่ 163/2565 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 แต่งตั้งให้ นางวัชรี คำเดช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาล ๑ กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ เลขที่ตำแหน่ง 03-2-08-5-5-00315 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป เป็นผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 15
|